สถิติ
เปิดเมื่อ26/08/2014
อัพเดท16/04/2018
ผู้เข้าชม398339
แสดงหน้า573751
สินค้า
บทความ
เทคนิคการปั่น
การยืนปั่นหรือยืนโยก
การปั่นดูด (Vacuum) หรือ ดราฟท์ (Draft) ....
14 เทคนิคการปั่นในกลุ่มให้ปลอดภัย...
การยืนปั่นหรือยืนโยกทั้งทางเรียบและขึ้นเขา
เทคนิคการปั่นจักรยานขึ้นเขา
STUDY ปั่นท่าไหนเร็วที่สุด
ฝึกปั่นจักรยาน (เพิ่มรอบขา)
วีธีซ้อมปั่นจักรยานที่ดี
7เคล็ดลับนักปั่นมือโปร
ปั่นจักรยาน...ด้วยรอบขาเท่าไหร่ถึงจะดี
การฝึกซ้อมและทักษะสำหรับมือใหม่
เทคนิคการฝึกรอบขา
เทคนิคการปั่นอย่างมืออาชีพ
เทคนิคต่างๆ
ปั่นจักรยานอย่างไรไม่ให้บาดเจ็บ
เทคนิคการซ้อมปั่นจักรยาน เพื่อพิชิต 100 ก.ม.
ใครมีปัญหาเรื่องการเบรคลงเขายาวๆ. อ่านครับ.
เทคนิค “ซ้อมทางราบ” เพื่อขึ้นเขาให้เร็วขึ้น...
การเข้าเกียร์ และเทคนิควัดรอบขาโดยไม่ต้องพึง ไมล์วัดรอบขา
วิธีการเปลี่ยนเกียร์จักรยาน....
7 เคล็ดลับการปั่นจักรยานขึ้นภูเขา ที่นักปั่นมือใหม่ควรรู้
เทคนิคการดัดแปลงเสือหมอบธรรมดาให้เป็นจักรยานฟิกเกียร์สุดฮิป...
หมกขั้นเทพ! วิทยายุทธชั้นสูงของการรักษากำลังภายใน
เทคนิคการเปลี่ยนเกียร์จักรยานเมื่อต้องขึ้นเขา
เทคนืคการใช้เกียร์จักรยานให้ถูก ขี่ง่ายไม่พังเร็ว
เทคนิคการขี่จักรยานให้ได้นานๆ สำหรับมือใหม่
เทคนิคดัดแปลงเสือหมอบใช้เฟืองหลัง 11-40 ฟัน...
8 ปัจจัยในการปั่นจักรยานให้เก่ง
ออกทริป 100 โล เตรียมตัวอย่างไร...
ทำความเข้าใจ เรื่องของ รอบขา (cadence)
ฉลาดเล่นเกียร์ขั้นสูง....
5 วิธีดื่มน้ำบนจักรยาน
การฝึกรอบขาเบื้องต้น..
มาฝึกการใช้เบรคอย่างโปรกันเถอะ!
12 เรื่องน่ารู้ ที่ช่วยให้คุณปั่นจักรยานได้ดีขึ้น...
Overtraining คืออะไร หลีกเลี่ยงได้ยังงัยบ้าง
10 ลุกค์ที่ดูแล้วโปร
12 เรื่องน่ารู้ที่ช่วยให้คุณปั่นจักรยานได้ดีขึ้น...
ชวนขาปั่นมือใหม่ รู้วิธีขี่จักรยานเพื่อออกกำลังให้ถูกต้อง
บทความทั่วไป
โภชนาการกับกีฬา
10 ประโยชน์ของการปั่นจักรยาน
13กลวิธีขี่จักรยานให้ได้ความเร็วเพิ่มขึ้น
ตารางเลือกขนาดจักรยานเทียบกับความสูงคนปั่น
การปรับตั้งจักรยานให้เหมาะกับการปั่นของเรา
วิธีใช้ เกียร์ ที่ถูกต้องสำหรับ มือใหม่
8 เคล็ดลับการลดน้ำหนักจากการขี่จักรยาน
แนวทางในการฝึกซ้อมปั่นจักรยานสำหรับมือใหม่ 1
5 สัญญาณเตือน คุณต้องทำ Bike Fitting ใหม่..
ปั่นจักรยานทางไกลอย่างไรไม่ให้เป็นตะคริว...
สุดยอด 5 APPS โหลดฟรี..เอาใจนักปั่น
การฟิตติ้ง ปรับจักรยานให้เข้ากับตัวของเราเบื้องต้น (fitting)
ใช้เกียร์จักรยานให้ถูก ขี่ง่ายไม่พังเร็ว
เบาะ...ปัญหาระดับชาติ...
เรื่องควรหลีกเลี่ยง สำหรับ นักปั่นจักรยานมือใหม่...
วิธีเลือกขนาดจักรยานเทียบกับความสูงคนปั่น....
เลือกซื้อล้อเสือหมอบคู่ใหม่ต้องดูอะไรบ้าง?
ความรู้ ระยะ REACH DROP ในแฮนด์
ทำความรู้จักผ้าบัฟและวิธีการใช้ผ้าบัฟ 15 แบบ
ปั่นจักรยาน ทำให้ห่างไกล 6 โรคร้าย
วิธีการเลือกซื้อหมวกจักรยาน...
ความรู้เรื่องเกียร์ Shimano รุ่นต่าง ๆ
13 กลวิธี ขี่จักรยานให้ได้ความเร็วเพิ่มขึ้น!
10 เหตุผลที่คนอยากหุ่นดีควรปั่นจักรยาน..
วิธี เลือก ไซส์ และ ปรับ เบาะ จักรยาน เสือหมอบ โดยเบื้องต้น..
วิธีตรวจสอบการซื้อรถจักรยานมือสอง
ขี่ลุยฝน อย่างไรให้ไม่หมดสนุก
10 เคล็ดลับการฝึกซ้อมจักรยาน
พ.ร.บ.จักรยาน ปั่นถูกกฏลดอุบัติภัย
7จุดสุดเจ๋งที่นักปั่นไม่ไปไม่ได้แล้ว...
จักรยานและการดื่มน้ำ
เทคนิคลดความอ้วนด้วยจักรยาน.....
สิ่งที่ควรพกติดตัวขณะปั่นจักรยาน....
10 สุดยอดจักรยานเสือหมอบ สำหรับนักปั่นขาลุย...
เสือหมอบสำหรัยสาวขาแรง...
3 เคล็ด(ไม่)ลับ ก้าวแรกสู่การเป็นนักปั่นที่ดี
12 ข้อกฏหมายจักรยานที่นักปั่นควรทราบ
ทำไมปั่นจักรยานแล้วมือชอบชา
6 วิธีฟื้นฟูร่างกายหลังการปั่นจักรยาน
10 เรื่องควรหลีกเลี่ยงสำหรับนักปั่นมือใหม่..
7 ข้อหลักพื้นฐาน การปรับตำแหน่งท่านั่งจักรยาน
6 จุดสำคัญของจักรยานที่ต้องเช็คก่อนออกปั่น..
การปรับตั้ง คลีท(cleat) รองเท้าจักรยานด้วยตัวเอง ...
ปั่นจักรยานอย่างไร...ให้น้ำหนักลด
10เทคนิคปั่นจักรยานพิชิตยอดเขา
เทคนิคการเปลี่ยนผ้าพันแฮนด์เสือหมอบแบบง่าย ๆ
ประเภทของแฮนด์จักรยาน
การให้สัญญาณมือเวลาปั่น
วิธีเติมลมล้อจักรยาน
การปั่นจักรยานแบบ Interval...
วิธีแก้การเป็นตะคริวตอนขี่จักรยาน...
เล็กๆ น้อยๆ เกี่ยวกับจักรยาน
สิ่งของจำเป็นที่ควรมีในกระเป๋าใต้อาน สำหรับการเดินทางโดยจักรยานในชีวิตประจำวัน
10 เทคนิคลดน้ำหนักจากการปั่นจักรยาน!
การปั่นจักรยานให้ถูกวิธี
เทคนิคการขี่จักรยานเป็นกลุ่ม
ข้อแนะนำสำหรับนักปั่นจักรยานหน้าใหม่
5 ข้อเสียของการปั่นจักรยานไปทำงาน
ข้อดี 12 ข้อในการใช้จักรยานเพื่อการเดินทาง
13 ประโยชน์ของการปั่นจักรยาน
10 ข้อในการ ปรับรถจักรยาน ให้ถูกวิธี
การเลือกไซด์จักรยาน ภูเขา
การเลือกไซด์จักรยาน เสือหมอบ
วิธีติดตั้งคลีทรองเท้าจักรยาน
วิธีการปั่นจักรยานเพื่อการลดน้ำหนัก
วิธีเลือกซื้อจักรยานทัวร์ริ่ง
ปั่นจักรยานแล้วสุนัขวิ่งไล่กัดควรทำอย่างไร?
เคล็ดลับสำหรับการปั่นจักรยานทางไกลระยะทาง 100 กิโลเมตรขึ้นไป
เคล็ด(ไม่) ลับวิธีดูจักรยานมือ 2
ชิ้นส่วนจักรยานเบื้องต้น(bicycle parts)
อุปกรณ์ที่สำคัญสำหรับปั่นจักรยาน
7 ข้อห้ามก่อนออกปั่นตามพรบ.จราจรทางบก
การซื้อจักรยานเบื้องต้น
การดูแลและบำรุงรักษาจักรยาน
เรื่องต้องห้าม สำหรับ นักปั่นจักรยานมือใหม่
ปฎิทิน
April 2018
Sun Mon Tue Wed Thu Fri Sat
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
     

วิธีการปั่นจักรยานเพื่อการลดน้ำหนัก

อ่าน 911 | ตอบ 0

            วิธีการปั่นจักรยานเพื่อการลดน้ำหนัก.....    

     
การปั่นจักรยานเป็นทางเลือกที่ดีที่จะได้ออกไปทำกิจกรรมนอกบ้านเพื่อได้รับอากาศที่สดชื่น เเถมยังได้ท่องเที่ยวชมทัศนียภาพรอบข้างไปพร้อมกัน และยังถือว่าเป็นการเผาผลาญพลังงานและลดไขมันที่ดีทางนึง นอกจากนี้ จักรยานถือว่าเป็นพาหนะที่เหมาะในยุคนี้ เพราะมีคุณสมบัติ 3 ส. คือ สะดวก สิ้นเปลืองน้อย และ สุขภาพดี ทำให้เราผ่อนคลายและยังช่วยให้ระบบหายใจแลกเปลี่ยนก๊าซออกซิเจนเพื่อนำไปสร้างเม็ดเลือดขาวใน กระแสเลือดได้ดีขึ้น และส่งผลให้เราอารมณ์ดีจากการเพิ่มของระดับฮอร์โมนแอนเดอร์ฟินอีกด้วย

การปั่นจักรยานเป็นการออกกำลังกายแบบแอโรบิกที่ช่วยอย่างมากต่อการไหลเวียนของเลือด ซึ่งนั่นก็เท่ากับช่วยให้หัวใจของเราแข็งแรงไปด้วย ที่สำคัญคือตะกรันไขมันที่จับอยู่ตามเส้นเลือดของเราก็พลอยจะถูกกำจัดออกไป จึงสามารถป้องกันภาวะเส้นเลือดตีบตันได้อีกทางหนึ่ง ส่วนอวัยวะอื่นๆ ก็ไม่ต้องพูดถึง ย่อมส่งผลดีไปด้วยโดยเฉพาะปอด นอกจากนี้ยังสามารถช่วยพัฒนาระบบการทำงานต่างๆของร่างกาย สำหรับการปั่นจักรยานนั้นโดยปรกติจะสามารถเผาผลาญพลังงานได้ประมาณ 400-500 kcal ต่อหนึ่งชั่วโมง ทั้งนี้จะมากหรือน้อยนั้นขึ้นอยู่กับน้ำหนักตัวและความหนักของการปั่นด้วย

ด้านานกล้ามเนื้อ การปั่นจักรยานมีประโยชน์ทำให้กล้ามเนื้อขา โดยเฉพาะกล้ามเนื้อต้นขาหน้าและหลังมีความแข็งแรง เป็นการยืดเส้นยืดสาย โดย เฉพาะกล้ามเนื้อบริเวณเอว สะโพก ทำให้ป้องกันปัญหาปวดกล้ามเนื้อขาได้ นอกจากนี้ ยังช่วยในการเผาผลาญพลังงานในร่างกาย ทำให้ลดอัตราการสะสมของไขมันที่ผนังหลอดเลือดได้เป็นอย่างดี และหากเราออก กำลังกายด้วยการปั่นจักรยานอย่างต่อเนื่อง ก็จะทำให้หัวใจแข็งแรง กล้ามเนื้อหัวใจทำงานได้ดีขึ้น

ปั่นจักรยานลดความอ้วน

การปั่นจักรยานให้ผลลัพธ์ที่ดีมากเพราะเป็นการออกกำลังกายแบบแอโรบิก หากทำอย่างค่อยเป็นค่อยไปและต่อเนื่องจะช่วยเผาผลาญไขมันได้เป็นอย่างดี ไม่เพียงแต่ส่งผลดีต่อช่วงขาเท่านั้นแต่ยังรวมถึงหน้าท้อง ก้น และหากใช้อุปกรณ์บางอย่างเพิ่มจะช่วยบริหารแขนได้ด้วยเพียงแค่มีแท่งยกน้ำ หนัก 1 คู่ ที่หนักไม่มากก็เพียงพอแล้ว

การปั่นจักรยานนั้นดีกว่าการวิ่งเพราะจะไม่ส่งผลกระทบกับข้อเท้า หัวเข่า และหลัง คุณอาจเริ่มจากการปั่นแบบช้า ๆ โดยไม่มีแรงเสียดทานหรือเรียกว่าขั้นพื้นฐาน แล้วค่อยเพิ่มความเร็วในการปั่นและน้ำหนักที่แป้นถีบมากขึ้นเหมือนปั่นขึ้น เขาและเช่นเดียวกับการออกกำลังกายทุกประเภท เคล็ดลับที่จะบริหารร่างกายให้ได้ผลก็คือ ทำทุกวันบ่อย ๆ แม้จะใช้เวลาไม่มากก็ตาม

วิธีการปั่นจักรยานลดความอ้วน

  • อบอุ่นร่างกาย – ปรับที่นั่งให้สูงพอที่จะเหยียดขาเวลาปั่นได้ เมื่อวางเท้าบนแป้นขนานกับพื้นหัวเข่าจะต้องทำมุม 10-15 องศา ถ้าที่นั่งอยู่ต่ำเกินไปจะทำให้รู้สึกเหนื่อยมากขึ้นและทำให้หัวเข่าต้อง ออกแรงมากกว่าปกติ ถ้าอยู่สูงเกินไปทำให้ต้องเคลื่อนไหวส่วนอุ้งเชิงกราน ทำให้หลังส่วนล่างต้องรับน้ำหนักมากที่จับสามารถปรับระดับได้ ขั้นแรกเริ่มจากระดับ “สูง” ก่อนวางมือทั้งสองข้างขนานกันบนที่จับจากนั้นค่อยลดระดับลงเพื่อเพิ่มความ โค้งให้แผ่นหลัง
  • ความเร็วและแรง – ถ้าคุณ ยังไม่ชินเริ่มจากการปั่นแบบธรรมดาที่ความเร็ว 60 รอบต่อนาที (1 รอบต่อวินาที) นาน 10 นาที จากนั้นเริ่มปรับให้ชันมากขึ้น ปั่น 10 นาที สลับกลับไปที่แบบธรรมดาอีก 10 นาที ทำแบบนี้อาทิตย์ละ 3 ครั้ง 3 วัน เป็นเวลา 3 อาทิตย์ ก่อนที่จะเริ่มโปรแกรมถัดไป
  • เมื่อเริ่มชำนาญมาก ขึ้นแนะนำให้เริ่มปั่น 80-90 รอบต่อนาที สลับกับแบบธรรมดา 15 นาที และแบบชัน 15 นาที และแบบธรรมดา 15 นาที ทำ 3-4 ครั้งต่ออาทิตย์ อย่างน้อย 3 อาทิตย์ก่อนที่จะเข้าโปรแกรมที่สูงขึ้นต่อไป หลังจากชินกับระดับ ต่าง ๆ แล้ว ลองเปิดเพลงเพื่อกำหนดความเร็วสำหรับการปั่นแบบธรรมดาและแบบชัน ในขั้นนี้อาจสลับด้วยการเดินได้และเพิ่มเวลาขึ้นอีก 2 อาทิตย์

ขี่จักรยานแค่ไหนดี

ถ้าขี่จักรยานบนทางราบด้วยความเร็วน้อยกว่า 20 กม./ชม. อย่างนี้เราถือว่าช้าไป จะไม่เกิดสภาพแอโรบิคที่ต้องการ อย่าลืมว่าการขี่จักรยานเป็นการออกกำลังที่ตัวจักรยานมีส่วนช่วยเพิ่มประสิทธิภาพมาก ถ้าขี่ช้าๆ ตัวจักรยานจักเป็นตัวช่วยเสียส่วนใหญ่ ประโยชน์ต่อหัวใจก็ไม่มี หรือมีก็น้อย

แต่ผู้รู้กล่าวได้ว่า ถ้าขี่จักรยานด้วยขนาดความเร็วกว่า 30-32 กม./ชม. ก็จะเทียบได้เท่ากับการวิ่งความเร็วประมาณ 3 นาทีเศษต่อกิโลเมตร (อันนี้เป็นการวิ่งที่เร็วมากสำหรับนักวิ่งส่วนใหญ่ในบ้านเรา) ซึ่งน้อยคนนักที่จะทำได้

โดยสรุป เราจึงควรถีบจักรยานอยู่ในช่วงความเร็วประมาณ 25 ถึง 28 กม./ชม. จึงจะได้ออกแรงสมกับที่ตั้งใจมาออกกำลังกันความเร็วที่พูดถึงในตอนนี้ เป็นความเร็วเฉลี่ยที่ฝรั่งเขาทำได้กัน แต่คนไทยเราโดยเฉพาะคนที่ไม่ได้ออกกำลังมานาน ก็อย่าได้เผลอไผลยึดข้อมูลนี้เป็นบรรทัดฐานในการฝึกเป็นอันขาด ทางที่ดีควรจะลองขี่ไปลองจับชีพจรไป ก็จะรู้ได้ว่าแค่ไหนจึงจะได้ 75-80% ของอัตราหัวใจเต้นสูงสุดของตัวเอง ดังได้กล่าวไว้แล้วในตอนต้นๆ

วิธีการขี่ให้ถูกต้อง

พวกขี่จักรยานใหม่ๆมักเข้าใจผิดและพยายามใช้เกียร์สูงสำหรับการขี่โดยส่วนใหญ่ ไม่พิจารณาว่าทางจะเป็นอย่างไร ทางที่ถูกแล้วควรเลือกเกียร์ต่ำไว้ก่อน และถีบให้วิ่งไปเรื่อยๆอย่างราบเรียบ โดยถีบซอยขาด้วยความถี่ประมาณ 70 รอบต่อนาที พยายามถีบให้ขาซอยคงที่ขนาดนี้ ถ้ามีทางขึ้นเนินลงเนินหรือมีลมต้าน ก็ค่อยสับเกียร์ต่ำเกียร์สูงตามไปอีกที คือพยายามปรับการซอยให้คงที่อย่างที่ว่าไว้
ไอ้รอบซอยขาคงที่ขนาดนี้ นักจักรยานฝรั่งเขาเรียกว่า ‘เคเดนซ์’ หรือ cadence แปลตรงตัวว่า จังหวะเคาะตอนเล่นดนตรี ในที่นี้คงหมายถึงการทำอะไรให้เป็นจังหวะคงที่สำหรับพวกเราๆ เอาเป็นว่าพยายามซอยขาให้คงที่ด้วยความถี่ประมาณ 70 รอบต่อนาทีที่ว่านี้ก็แล้วกัน

ตอนเริ่มใหม่ๆ ถีบไปสัก 20 นาทีก็พอ แล้วพักจนชีพจรกลับมาเป็นปกติ แล้วก็เริ่มซอยขาใหม่ต่ออีกจนคุณรู้สึกเหนื่อยแบบสบายๆ คือเหนื่อย แต่ไม่ใช่เหนื่อยจนเดินไม่ได้ หัวใจแทบจะเต้นออกมานอกอกหล่นไปกองกับพื้น จนเกือบถูกจักรยานที่ขี่อยู่ทับเอา อย่างนี้ใช้ไม่ได้ มันเหนื่อยเกินไป เอาแค่เหนื่อยไม่มากก็เป็นพอ

ระยะเวลาในการปั่น

พยายามให้เหมือนกับการคารร์ดิโอทั่วไป อยู่ที่ ครั้งไม่ต่ำกว่า 40 นาที 3 – 4 วันต่อสัปดาห์ค่ะ การขี่จักรยานโดยเฉลี่ยจะใช้พลังงานประมาณ 300 แคลอรี/ชม. ซึ่งการใช้พลังงานขนาดนี้ถ้าทำสม่ำเสมอก็จะสามารถลดความอ้วนได้อีกด้วย


Credit: thailandbiketrip.com, หมอชาวบ้าน, hibalanz.com, answer.com
ความคิดเห็นของผู้เข้าชม
ชื่อผู้แสดงความคิดเห็น :
สถานะ : รหัสผ่าน :
ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง :
รหัสความปลอดภัย :