สถิติ
เปิดเมื่อ26/08/2014
อัพเดท8/01/2018
ผู้เข้าชม383621
แสดงหน้า547132
สินค้า
บทความ
เทคนิคการปั่น
การยืนปั่นหรือยืนโยก
การปั่นดูด (Vacuum) หรือ ดราฟท์ (Draft) ....
14 เทคนิคการปั่นในกลุ่มให้ปลอดภัย...
การยืนปั่นหรือยืนโยกทั้งทางเรียบและขึ้นเขา
เทคนิคการปั่นจักรยานขึ้นเขา
STUDY ปั่นท่าไหนเร็วที่สุด
ฝึกปั่นจักรยาน (เพิ่มรอบขา)
วีธีซ้อมปั่นจักรยานที่ดี
7เคล็ดลับนักปั่นมือโปร
ปั่นจักรยาน...ด้วยรอบขาเท่าไหร่ถึงจะดี
การฝึกซ้อมและทักษะสำหรับมือใหม่
เทคนิคการฝึกรอบขา
เทคนิคการปั่นอย่างมืออาชีพ
เทคนิคต่างๆ
เทคนิคการซ้อมปั่นจักรยาน เพื่อพิชิต 100 ก.ม.
ใครมีปัญหาเรื่องการเบรคลงเขายาวๆ. อ่านครับ.
เทคนิค “ซ้อมทางราบ” เพื่อขึ้นเขาให้เร็วขึ้น...
การเข้าเกียร์ และเทคนิควัดรอบขาโดยไม่ต้องพึง ไมล์วัดรอบขา
วิธีการเปลี่ยนเกียร์จักรยาน....
7 เคล็ดลับการปั่นจักรยานขึ้นภูเขา ที่นักปั่นมือใหม่ควรรู้
เทคนิคการดัดแปลงเสือหมอบธรรมดาให้เป็นจักรยานฟิกเกียร์สุดฮิป...
หมกขั้นเทพ! วิทยายุทธชั้นสูงของการรักษากำลังภายใน
เทคนิคการเปลี่ยนเกียร์จักรยานเมื่อต้องขึ้นเขา
เทคนืคการใช้เกียร์จักรยานให้ถูก ขี่ง่ายไม่พังเร็ว
เทคนิคการขี่จักรยานให้ได้นานๆ สำหรับมือใหม่
เทคนิคดัดแปลงเสือหมอบใช้เฟืองหลัง 11-40 ฟัน...
8 ปัจจัยในการปั่นจักรยานให้เก่ง
ออกทริป 100 โล เตรียมตัวอย่างไร...
ทำความเข้าใจ เรื่องของ รอบขา (cadence)
ฉลาดเล่นเกียร์ขั้นสูง....
5 วิธีดื่มน้ำบนจักรยาน
การฝึกรอบขาเบื้องต้น..
มาฝึกการใช้เบรคอย่างโปรกันเถอะ!
12 เรื่องน่ารู้ ที่ช่วยให้คุณปั่นจักรยานได้ดีขึ้น...
Overtraining คืออะไร หลีกเลี่ยงได้ยังงัยบ้าง
10 ลุกค์ที่ดูแล้วโปร
12 เรื่องน่ารู้ที่ช่วยให้คุณปั่นจักรยานได้ดีขึ้น...
ชวนขาปั่นมือใหม่ รู้วิธีขี่จักรยานเพื่อออกกำลังให้ถูกต้อง
บทความทั่วไป
13กลวิธีขี่จักรยานให้ได้ความเร็วเพิ่มขึ้น
ตารางเลือกขนาดจักรยานเทียบกับความสูงคนปั่น
การปรับตั้งจักรยานให้เหมาะกับการปั่นของเรา
วิธีใช้ เกียร์ ที่ถูกต้องสำหรับ มือใหม่
8 เคล็ดลับการลดน้ำหนักจากการขี่จักรยาน
แนวทางในการฝึกซ้อมปั่นจักรยานสำหรับมือใหม่ 1
5 สัญญาณเตือน คุณต้องทำ Bike Fitting ใหม่..
ปั่นจักรยานทางไกลอย่างไรไม่ให้เป็นตะคริว...
สุดยอด 5 APPS โหลดฟรี..เอาใจนักปั่น
การฟิตติ้ง ปรับจักรยานให้เข้ากับตัวของเราเบื้องต้น (fitting)
ใช้เกียร์จักรยานให้ถูก ขี่ง่ายไม่พังเร็ว
เบาะ...ปัญหาระดับชาติ...
เรื่องควรหลีกเลี่ยง สำหรับ นักปั่นจักรยานมือใหม่...
วิธีเลือกขนาดจักรยานเทียบกับความสูงคนปั่น....
เลือกซื้อล้อเสือหมอบคู่ใหม่ต้องดูอะไรบ้าง?
ความรู้ ระยะ REACH DROP ในแฮนด์
ทำความรู้จักผ้าบัฟและวิธีการใช้ผ้าบัฟ 15 แบบ
ปั่นจักรยาน ทำให้ห่างไกล 6 โรคร้าย
วิธีการเลือกซื้อหมวกจักรยาน...
ความรู้เรื่องเกียร์ Shimano รุ่นต่าง ๆ
13 กลวิธี ขี่จักรยานให้ได้ความเร็วเพิ่มขึ้น!
10 เหตุผลที่คนอยากหุ่นดีควรปั่นจักรยาน..
วิธี เลือก ไซส์ และ ปรับ เบาะ จักรยาน เสือหมอบ โดยเบื้องต้น..
วิธีตรวจสอบการซื้อรถจักรยานมือสอง
ขี่ลุยฝน อย่างไรให้ไม่หมดสนุก
10 เคล็ดลับการฝึกซ้อมจักรยาน
พ.ร.บ.จักรยาน ปั่นถูกกฏลดอุบัติภัย
7จุดสุดเจ๋งที่นักปั่นไม่ไปไม่ได้แล้ว...
จักรยานและการดื่มน้ำ
เทคนิคลดความอ้วนด้วยจักรยาน.....
สิ่งที่ควรพกติดตัวขณะปั่นจักรยาน....
10 สุดยอดจักรยานเสือหมอบ สำหรับนักปั่นขาลุย...
เสือหมอบสำหรัยสาวขาแรง...
3 เคล็ด(ไม่)ลับ ก้าวแรกสู่การเป็นนักปั่นที่ดี
12 ข้อกฏหมายจักรยานที่นักปั่นควรทราบ
ทำไมปั่นจักรยานแล้วมือชอบชา
6 วิธีฟื้นฟูร่างกายหลังการปั่นจักรยาน
10 เรื่องควรหลีกเลี่ยงสำหรับนักปั่นมือใหม่..
7 ข้อหลักพื้นฐาน การปรับตำแหน่งท่านั่งจักรยาน
6 จุดสำคัญของจักรยานที่ต้องเช็คก่อนออกปั่น..
การปรับตั้ง คลีท(cleat) รองเท้าจักรยานด้วยตัวเอง ...
ปั่นจักรยานอย่างไร...ให้น้ำหนักลด
10เทคนิคปั่นจักรยานพิชิตยอดเขา
เทคนิคการเปลี่ยนผ้าพันแฮนด์เสือหมอบแบบง่าย ๆ
ประเภทของแฮนด์จักรยาน
การให้สัญญาณมือเวลาปั่น
วิธีเติมลมล้อจักรยาน
การปั่นจักรยานแบบ Interval...
วิธีแก้การเป็นตะคริวตอนขี่จักรยาน...
เล็กๆ น้อยๆ เกี่ยวกับจักรยาน
สิ่งของจำเป็นที่ควรมีในกระเป๋าใต้อาน สำหรับการเดินทางโดยจักรยานในชีวิตประจำวัน
10 เทคนิคลดน้ำหนักจากการปั่นจักรยาน!
การปั่นจักรยานให้ถูกวิธี
เทคนิคการขี่จักรยานเป็นกลุ่ม
ข้อแนะนำสำหรับนักปั่นจักรยานหน้าใหม่
5 ข้อเสียของการปั่นจักรยานไปทำงาน
ข้อดี 12 ข้อในการใช้จักรยานเพื่อการเดินทาง
13 ประโยชน์ของการปั่นจักรยาน
10 ข้อในการ ปรับรถจักรยาน ให้ถูกวิธี
การเลือกไซด์จักรยาน ภูเขา
การเลือกไซด์จักรยาน เสือหมอบ
วิธีติดตั้งคลีทรองเท้าจักรยาน
วิธีการปั่นจักรยานเพื่อการลดน้ำหนัก
วิธีเลือกซื้อจักรยานทัวร์ริ่ง
ปั่นจักรยานแล้วสุนัขวิ่งไล่กัดควรทำอย่างไร?
เคล็ดลับสำหรับการปั่นจักรยานทางไกลระยะทาง 100 กิโลเมตรขึ้นไป
เคล็ด(ไม่) ลับวิธีดูจักรยานมือ 2
ชิ้นส่วนจักรยานเบื้องต้น(bicycle parts)
อุปกรณ์ที่สำคัญสำหรับปั่นจักรยาน
7 ข้อห้ามก่อนออกปั่นตามพรบ.จราจรทางบก
การซื้อจักรยานเบื้องต้น
การดูแลและบำรุงรักษาจักรยาน
เรื่องต้องห้าม สำหรับ นักปั่นจักรยานมือใหม่
ปฎิทิน
January 2018
Sun Mon Tue Wed Thu Fri Sat
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
   

การยืนปั่นหรือยืนโยกทั้งทางเรียบและขึ้นเขา

อ่าน 1707 | ตอบ 0
               การยืนปั่นหรือยืนโยกทั้งทางเรียบและขึ้นเขา.......

การ ยืนปั่นบนจักรยานนั้นอาจมีจุดมุ่งหมายหลายอย่าง เช่น ยืนปั่นเพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อเพื่อเปลี่ยนอริยะบทจากการนั่งปั่นมานาน การยืนปั่นเพื่อ sprint เข้าเส้นชัย การยืนปั่นขึ้นเขา เป็นต้น แล้วเรามีวิธีฝึกอย่างไร ที่สามารถทำให้เรายืนปั่นได้ดีและนานขึ้น
ก่อนอื่นใดเราควรมาสำรวจร่างกายของเราก่อนเลยว่ามีความแข็งแรงหรือฟิตประมาณไหน ถ้าคิดว่ายังไม่ฟิตพอให้เตรียมการดังนี้
สร้างความแข็งแกร่งของร่างกายให้มากขึ้นด้วยการเล่นน้ำหนัก(เวทเทรนนิ่ง)ไม่ ว่าจะใช้อุปกรณ์ใดๆหรือไม่ใช้อุปกรณ์เลยก็ได้ การเล่นเวทสำหรับนักปั่น ไม่เน้นที่น้ำหนักมากจำนวนครั้งน้อย แต่ใช้น้ำหนักประมาณ 80% ของน้ำหนักปกติที่เราทำได้ แต่เพิ่มจำนวนครั้งให้มากขึ้น เอาแค่ให้กล้ามเนื้อแข็งแรง แต่ไม่เน้นให้ใหญ่. ถ้าไม่ใช้อุปกรณ์ ก็มีท่าบริหารหลายท่า เช่น วิดพื้น ซิทอัพ ลุกนั่ง(แบบ ท่าsquart)ท่า superman plank การขึ้นลงบันได เหล่านี้เป็นต้น
การ cross training ด้วยกีฬาชนิดอื่น ก็ช่วยได้ดีนะครับ เช่นการวิ่ง ว่ายน้ำ ได้ระบบหายใจที่ดีขึ้น และเสริมกล้ามเนื้อบางส่วนที่ไม่ค่อยได้ใช้ในการปั่น ให้แข็งแรงขึ้น

สิ่ง ที่สำคัญมากๆซึ่งจะขาดเสียมิได้คือ เรื่องความทนทาน ซึ่งหาได้จากการอดทนฝึกซ้อมเท่านั้น แม้เราจะมีเทคนิคดีมีเทรนเนอร์ชั้นยอด แต่ขาดความทนทานก็ไม่สามารถบรรลุความสำเร็จได้
และที่สำคัญอีกอย่างเราต้องมีเทคนิคที่ดีด้วย เดี๋ยวค่อยมาว่ากันในตอนต่อไปครับ

อย่างไรก็ตาม ให้นึกเสมอว่า ถ้าไม่มีความแข็งแรง ความทนทาน รอบขาและเทคนิคการควงขาที่ต้องหาให้ได้ แล้วจะไปขี่เร็วหรือยืนโยกนานๆได้อย่างไร อาจจะได้แต่แป๊ปเดียวร่วง ก็เร็วไม่จริง แล้วฟื้นตัวช้า
ต้องใจเย็นๆ ค่อยเป็นค่อยไป ตั้งเป้าหมายและ ค่อยๆ เดินตาม อย่าใจร้อน เพราะถ้าพื้นไม่แกร่งจะรองรับความหนักไม่ได้ครับ ผมบอกทุกคนเสมอว่า การสร้างบ้านนั้น ถ้าถมดินไม่แน่น เสาเข็มไม่แกร่ง เทคานไม่ได้ระดับ จะเอาอะไรหนักๆ ไปใส่ได้อย่างไร มันก็จะถล่มลงมา เหมือนกันกับการฝึกฝน ขี่จักรยานเนี่ยแหละ ถ้าตีโจทย์แตก สนุกกับมัน ไม่เบื่อซะก่อน มาถึงจุดๆ นึงจะโยกขึ้นเขา จะยิงบนเขาหรือทางราบกี่ทีก็มันส์ครับ..

มาขยายความเรื่องความฟิตสำหรับการยืนปั่นกัน. อย่างที่สำคัญที่ควรมีเป็นพื้นฐานตรงนี้คือ 'Anaerobic Endurance + Muscle Endurance' กับการฟื้นฟูร่างกายที่สุดยอดของระบบแอโรบิค สรุปคือต้องพร้อมท้ังแอโรบิคและอะแนโรบิค คงต้องพัฒนา muscle strength *ในส่วนที่ต้องการใช้* อันนี้สำคัญเลยครับด้านบนที่บอกนั้นคือแบบฝึกหัดที่สร้างตรงนี้ก่อนเลย ต่อจาก strength แล้วก็ต้องสร้าง Endurance ทั้ง Aerobic Endurance และ Anaerobic Endurance ...ส่วนตัวผมก็คิดว่าเสริมด้วย VO2max ด้วยเพื่อช่วยในการฟื้นตัวที่ดี ครับหมดนี้ ร่างกายก็น่าจะสามารถรับมือได้นานและบ่อยขึ้น
กล้ามเนื้อของเรานั้นทนต่องแรงเครียดได้ไม่เหมือนกัน บางคนทนได้แบบหนึ่ง อีกคนได้อีกแบบหนึ่ง การไต่เขาเองก็เป็นลักษณะเฉพาะ ไม่ใช่ทุกคนจะไต่เขาได้ยอดเยี่ยม แต่ทุกคนสามารถไต่เขาได้ดีและพัฒนาผลงานได้หากได้รับการฝึกที่เหมาะสม มีงานวิจัยลงลึกถึงขนาดที่ว่าลักษณะกล้ามเนื้อของนักไต่เขากับพวกทางราบรวม ทั้งสปรินท์เตอร์ ต่างมีลักษณะเฉพาะของเส้นใยกล้ามเนื้อที่แตกต่างกัน ..... 
มาว่ากันด้วยเรื่องเทคนิคการยืนโยกครับ ตามความเห็นของผม ไม่มีเทคนิคใดที่ดีที่สุด หรือถูกต้องที่สุด เทคนิคของแต่ละสำนักก็อาจไม่เหมือนกัน แม้แต่นักปั่นระดับแกรนทัวร์ ถ้าสังเกตุให้ดีท่ายืนโยกของแต่ละคนแทบไม่เหมือนกันเลย เช่น Lance มีท่ายืนโยกพริ้วไหวเหมือนเต้นระบำบนยอดหญ้า ดูแล้วเพลินตา เหมือนไม่ได้ใช้แรงเท่าไร แต่ขอบอกว่าผมลองเลียนแบบดูแล้ว ไปได้ไม่กี่น้ำครับ เหนื่อยจริงๆ หรือจะโยกนิ่งๆแบบพี่น้องชเร็ค ก็ทำได้ไม่ง่าย ผมว่าคงต้องเป็นแบบที่เหมาะกับเราจะดีที่สุดครับ คืออาจจะต้องทดลองฝึกซ้อมหาท่าทางการยืนปั่นที่เหมาะสมกับเราให้มากที่สุด
ส่วนเทคนิคในการปั่นนั้น. ทีผมจะเน้นก็คือ การออกแรงทั้งส่วนล่างและบนอย่าง'มีประสิทธิภาพ' ไม่ต้องรีบ เร่ง ทำช้าๆ สบายๆ หายใจสบายๆ ทำจนกว่าร่างกายจะชินกับท่วงท่านี้ คำแนะนำที่ผมชอบและคิดว่าเหมาะกับตัวเอง(เพราะทำแล้วเหนื่อยน้อย ) คือคำแนะนำที่บอกว่า 'ถ้าน้ำหนักและขาทำได้ถูก รถเราจะโยกเองโดยไม่ต้องออกแรงท่อนบน' กล่าวคือ ถ้าถ่ายน้ำหนักได้ถูก ออกแรงทั้งกด ดึง ดัน หมุนขาจานไปด้วยการส่งน้ำหนักตัวช่วยทั้งลงและขึ้น แน่นอนจังหวะขึ้น ต้องรู้สึกเหมือน 'เต้น'ขึ้นมา น้ำหนักร่างกายเทไปด้านนึง ในขณะที่ดึงน้ำหนักของอีกด้านขึ้นมา ไหล่ก็จะเอนออกไปทางที่ทิ้งน้ำหนัก และเมื่อนั้น รถต้องเอนไปอีกด้านเองโดยปริยาย แทบไม่ต้องออกแรงแขนเลย แขนแค่ประคองให้รถไปในทิศทางที่ต้องการ ข้อดีของมันคือ ใช้พลังงานน้อยกว่าแบบดึงและดันรถมาก จะไม่โยกตัวมากเกินไปเพราะการเคลื่อนที่จะมาจากการถ่ายน้ำหนักอย่างเดียว
การมีอุปกรณ์ที่ดีสุดยอดขนาดไหนก็ไม่สู้การออกแรงซ้อม ซ้อมและก็ซ้อมนะครับ
___ที่มา...____เป้ มหาชัย 5/11/2014
ความคิดเห็นของผู้เข้าชม
ชื่อผู้แสดงความคิดเห็น :
สถานะ : รหัสผ่าน :
ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง :
รหัสความปลอดภัย :